การเลือกซื้อลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้าน

Last updated: Oct 26, 2018  |  2413 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

การเลือกซื้อลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้าน

ซื้อลู่วิ่ง อย่าดูแค่ แรงม้า เพราะคุณอาจถูกหลอก!!!


ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นเครื่องออกกำลังกายสำหรับคาร์ดิโอที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นการวิ่งเป็นการออกกำลังกายพื้นฐานที่ทุกคนคุ้นเคย และทำได้โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม นอกจากการเรียนรู้วิธีใช้งานลู่วิ่งเท่านั้นเอง

 

ในสมัยก่อนลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นเครื่องออกกำลังกายที่ราคาสูง ตั้งแต่ 2 หมื่นกว่า ถึง หลักแสน โดยปกติเราจะใช้ลู่วิ่งในยิม หรือ ศูนย์ฟิตเนสต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็น ของโรงเรียน ขององค์กร หรือ ของศูนย์ฟิตเนสที่ต้องเสียค่าสมาชิก แต่ในปัจจุบัน เราสามารถซื้อลู่วิ่งมาใช้เองที่บ้าน ได้ในราคา ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท และ มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งาน ในบ้าน    การใช้ลู่วิ่งในบ้าน เราไม่จำเป็นต้องซื้อลู่วิ่งที่มีขนาดใหญ่ และราคาแพงเกินความจำเป็น เนื่องจากมีการใช้งานน้อย เพียง2-3 คน ดังนั้นเราจึงควรเลือกลู่วิ่งที่ เหมาะสมและคุ้มค่า  

เรามาดูวิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้านกัน

-          แรงม้า House power (HP) คือกำลังขับของมอเตอร์ไฟฟ้า ลู่วิ่งที่สำหรับใช้ในบ้าน ใช้แรงม้า 1-2 HP ก็เพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจาก จำนวนสมาชิกในบ้านหรือผู้ใช้งานไม่ได้มากเท่ากับในศูนย์ฟิตเนสซึ่งต้องใช้มอเตอร์ขนาด 3-4 HP เพราะแรงม้าที่มาก จะต้องใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ ที่กินไฟมากกว่า และค่าซ่อมที่สูงกว่า นอกจากนี้ราคาก็จะสูงกว่าค่อนข้างมาก

-          ความเร็วสูงสุดของลู่วิ่งไฟฟ้า  คือความเร็วการเคลื่อนของสายพาน อีกนัยก็คือความเร็วที่เราจะวิ่งบนลู่วิ่งนั้นเอง ซึ่งความเร็วสูงสุดนั้นจะสัมพันธ์กับกำลังขับของมอเตอร์

ลู่วิ่ง ขนาด 1 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 1.5 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 2.0 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 3.0 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


อย่าเปรียบเทียบแค่แรงม้า!!! เพราะบางร้าน บอกขนาดแรงม้า เกินจริง และไม่สามารถตรวจสอบได้ ควรดูที่ความเร็วสูงสุดเป็นหลัก

หากดูที่ความจำเป็นแล้ว ความเร็วสูงสุดในการวิ่งออกกำลังกายทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 8-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น ลู่วิ่ง ขนาดเล็ก ก็ความเร็วที่เพียงพอต่อการใช้งาน  ความเร็วที่มากกว่า 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในลู่วิ่งขนาดใหญ่จะใช้สำหรับการเทรนนิ่ง สำหรับนักกีฬามากกว่าความจำเป็นโดยทั่วไป

-          พื้นที่วิ่งหรือขนาดของสายพาน คือ ความกว้างและยาวของสายพานที่เป็นพื้นที่ในการวิ่งนั้นเอง  ขนาดของพื้นที่วิ่ง ที่ใหญ่จะเพิ่มความรู้สึกสบายในการวิ่ง แต่ราคาก็จะแพงตามเพราะลู่วิ่งก็จะมีขนาดใหญ่ตาม  ขนาดโดยทั่วไป จะอยู่ที่ความกว้างของสายพาน ประมาณ 40-48 ซม.




-          การปรับความชัน ลู่วิ่งที่ราคาสูงจะปรับความชันได้ ทำให้เราได้ออกกำลังมากกว่าการวิ่งบนทางราบ  แคลลอรี่หรือพลังงานที่ใช้ในการวิ่งจะขึ้นอยู่กับความเร็ว ความชันและเวลาในการวิ่ง ดังนั้น ลู่วิ่งที่ปรับความชันได้จะทำให้เราใช้พลังงานในการออกกำลังกายมากขึ้น ในเวลาและความเร็วที่เท่ากัน แต่ลู่วิ่งที่ปรับความชันได้จะมีราคาสูงขึ้น 3000-8000 บาท  ดังนั้นหากเราใช้ลู่วิ่งที่ปรับความชันไม่ได้ เราอาจจะเพิ่มความเร็วหรือเวลาในการวิ่ง เท่านั้นเอง



-          ฟังชั่นต่างๆบนหน้าจอ ลู่วิ่งโดยทั่วไปจะมีฟังชั่นบนหน้าจอคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงแคลอรี่ เวลา ความเร็ว ระยะทาง ความชัน  การปรับต่าต่างๆที่จำเป็น เช่น ความเร็ว ความชัน  ที่เพิ่มเติม อาทิเช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ  โปรแกรมการวิ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ตั้งมาไว้ ให้เราวิ่งตามเวลา ความเร็ว ที่กำหนด โดยไม่ต้องปรับค่าต่างๆเอง ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

 

นอกจากคุณสมบัติต่างๆของเครื่องลู่วิ่งไฟฟ้าแล้ว เราควรคำนึงถึง ราคา และความเหมาะสม แน่นอนว่า ลู่วิ่งขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็นมาพร้อมกับราคาที่สูงและค่าซ่อมที่สูงตาม นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงพื้นที่ว่างภายในบ้านอีกด้วย


 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com