ความรู้เกี่ยวกับ ลู่วิ่ง

 

เทคนิคการใช้ลู่วิ่งจากเวบ livestrong

1.  สร้างความคุ้นเคยและรู้วิธีการใช้ลู่วิ่ง ที่สำคัญ ควรรู้วิธีการปรับความเร็วและการหยุดฉุกเฉิน ก่อนใช้เครื่อง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่หากคุณใช้เครื่องลู่วิ่งในศูนย์ออกกำลังกาย

2.  วอร์มร่างกายและยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อ ก่อนการใช้ลู่วิ่ง เช่นการเดินและยกเข่าขึ้นสูงสุดเท่าที่ทำได้ เหวี่ยงขาไปด้านหน้าและหลัง และยกขามากขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวขึ้น เพื่อยืดเส้น หมุนแขนไปหน้าและหลัง

3.  เริ่มใช้เครื่องโดยจับที่จับและวางเท้าบนสายพาน แปะแม่เหล็ก เซฟตี้กับตัวเครื่องและเสื้อของคุณ และกดปุ่มสตาร์ท  เมื่อสายพานเริ่มเคลื่อน ก้าวเท้าและเริ่มเดิน หลังจากทรงตัวได้แล้ว ปล่อยมือออกจากที่จับ

4.  เริ่มวอร์มร่างกายด้วยการเดินประมาณ 5 นาที  ความเร็วในการเดินเพื่อวอร์มขึ้นอยู่กับ ความต้องการในการออกกำลังกาย หากต้องการออกกำลังกายแบบเดินเร็ว  ให้วอร์มด้วยการก้าวช้าๆ หากต้องการออกกำลังกายแบบวิ่ง ให้วอร์มด้วยการก้าวเท้าเร็วขึ้นหรือวิ่งจ้อกกิ้ง หลังจากวอร์มร่างกายเสร็จ เริ่มปรับความเร็วขึ้น ตามลักษณะการออกกำลังกายของคุณ

5.   เดินหรือวิ่งด้วยสรีระที่ถูกต้อง หลังตรง ไหล่ตั้ง มองตรงไปข้างหน้า เมื่อปล่อยที่จับ ให้แกว่งแขนตามจังหวะของการก้าวเท้า

6.  ดื่มน้ำก่อนและหลังออกกำลังกาย ลู่วิ่งส่วนใหญ่ จะมีที่วางแก้ว ให้เตรียมน้ำใส่ขวดและวางบนลู่วิ่งเพื่อสะดวกต่อการดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำ ทุกๆ 10-15 นาที ขณะวิ่ง  และควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หากคุณวิ่งเป็นเวลานานกว่า 60 นาที

7.  วิ่งด้วยระยะเวลาที่นานพอ เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่  อ้างอิงจากวิทยาลัยการกีฬาในอเมริกา การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 30 นาที ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย และ 60 นาที จะช่วยในการลดน้ำหนัก

8.  วอร์มร่างกายหลังการวิ่ง คุณควรยืดกล้ามเนื้อหลังการวิ่งเพื่อลดอาการปวดหรือยึด

 

เทคนิคการเลือกซื้อลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้าน


ลู่วิ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายสำหรับคาร์ดิโอที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นการวิ่งเป็นการออกกำลังกายพื้นฐานที่ทุกคนคุ้นเคย และทำได้โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม นอกจากการเรียนรู้วิธีใช้งานลู่วิ่งเท่านั้นเอง 

ในสมัยก่อนลู่วิ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายที่ราคาสูง ตั้งแต่ 2 หมื่นกว่า ถึง หลักแสน โดยปกติเราจะใช้ลู่วิ่งในยิม หรือ ศูนย์ฟิตเนสต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็น ของโรงเรียน ขององค์กร หรือ ของศูนย์ฟิตเนสที่ต้องเสียค่าสมาชิก แต่ในปัจจุบัน เราสามารถซื้อลู่วิ่งมาใช้เองที่บ้าน ได้ในราคา ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท และ มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งาน ในบ้าน    การใช้ลู่วิ่งในบ้าน เราไม่จำเป็นต้องซื้อลู่วิ่งที่มีขนาดใหญ่ และราคาแพงเกินความจำเป็น เนื่องจากมีการใช้งานน้อย เพียง2-3 คน ดังนั้นเราจึงควรเลือกลู่วิ่งที่ เหมาะสมและคุ้มค่า  

เรามาดูวิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งสำหรับใช้ในบ้านกัน

-          ความเร็วสูงสุดของลู่วิ่ง  คือความเร็วการเคลื่อนของสายพาน อีกนัยก็คือความเร็วที่เราจะวิ่งบนลู่วิ่งนั้นเอง ซึ่งความเร็วสูงสุดนั้นจะสัมพันธ์กับกำลังขับของมอเตอร์ ลู่วิ่ง ขนาดเล็ก 1 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลู่วิ่งขนาด 3-4 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากดูที่ความจำเป็นแล้ว ความเร็วสูงสุดในการวิ่งออกกำลังกายทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 8-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้น ลู่วิ่ง ขนาดเล็ก ก็ความเร็วที่เพียงพอต่อการใช้งาน  ความเร็วที่มากกว่า 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในลู่วิ่งขนาดใหญ่จะใช้สำหรับการเทรนนิ่ง สำหรับนักกีฬามากกว่าความจำเป็นโดยทั่วไป

-          แรงม้า House power (HP) คือกำลังขับของมอเตอร์ไฟฟ้า ลู่วิ่งที่สำหรับใช้ในบ้าน ใช้แรงม้า 1-2 HP ก็เพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจาก จำนวนสมาชิกในบ้านหรือผู้ใช้งานไม่ได้มากเท่ากับในศูนย์ฟิตเนสซึ่งต้องใช้มอเตอร์ขนาด 3-4 HP เพราะแรงม้าที่มาก จะต้องใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ ที่กินไฟมากกว่า และค่าซ่อมที่สูงกว่า นอกจากนี้ราคาก็จะสูงกว่าค่อนข้างมาก

ระวังโดนหลอก!!!  เนื่องจากการวัด HP อาจตรวจสอบได้ยาก  ทำให้บางร้าน บอกค่า แรงม้า สูงกว่าความเป็นจริง ดังนั้น วิธีการเปรียบเทียบที่ดีกว่า คือดูจากความเร็วสูงสุดของลู่วิ่ง เพราะ สามารถตรวจสอบได้เองจากการปรับความเร็ว

ความสัมพันธ์ ระหว่าง แรงม้า HP และ ความเร็วสูงสุดของลู่วิ่ง จากข้อมูลของลู่วิ่งที่ผลิตโดยโรงงานใหญ่ สองแห่ง มีค่าดังนี้

ลู่วิ่ง ขนาด 1 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 1.5 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 2.0 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลู่วิ่ง ขนาด 3.0 HP สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


-          พื้นที่วิ่งหรือขนาดของสายพาน คือ ความกว้างและยาวของสายพานที่เป็นพื้นที่ในการวิ่งนั้นเอง  ขนาดของพื้นที่วิ่ง ที่ใหญ่จะเพิ่มความรู้สึกสบายในการวิ่ง แต่ราคาก็จะแพงตามเพราะลู่วิ่งก็จะมีขนาดใหญ่ตาม  ขนาดโดยทั่วไป จะอยู่ที่ความกว้างของสายพาน ประมาณ 40-48 ซม.

-          การปรับความชัน ลู่วิ่งที่ราคาสูงจะปรับความชันได้ ทำให้เราได้ออกกำลังมากกว่าการวิ่งบนทางราบ  แคลลอรี่หรือพลังงานที่ใช้ในการวิ่งจะขึ้นอยู่กับความเร็ว ความชันและเวลาในการวิ่ง ดังนั้น ลู่วิ่งที่ปรับความชันได้จะทำให้เราใช้พลังงานในการออกกำลังกายมากขึ้น ในเวลาและความเร็วที่เท่ากัน แต่ลู่วิ่งที่ปรับความชันได้จะมีราคาสูงขึ้น 3000-8000 บาท  ดังนั้นหากเราใช้ลู่วิ่งที่ปรับความชันไม่ได้ เราอาจจะเพิ่มความเร็วหรือเวลาในการวิ่ง เท่านั้นเอง

-          ฟังชั่นต่างๆบนหน้าจอ ลู่วิ่งโดยทั่วไปจะมีฟังชั่นบนหน้าจอคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงแคลอรี่ เวลา ความเร็ว ระยะทาง ความชัน  การปรับต่าต่างๆที่จำเป็น เช่น ความเร็ว ความชัน  ที่เพิ่มเติม อาทิเช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ  โปรแกรมการวิ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ตั้งมาไว้ ให้เราวิ่งตามเวลา ความเร็ว ที่กำหนด โดยไม่ต้องปรับค่าต่างๆเอง ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

 
นอกจากคุณสมบัติต่างๆของเครื่องลู่วิ่งแล้ว เราควรคำนึงถึง ราคา และความเหมาะสม แน่นอนว่า ลู่วิ่งขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็นมาพร้อมกับราคาที่สูงและค่าซ่อมที่สูงตาม นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงพื้นที่ว่างภายในบ้านอีกด้วย


ทำไมสินค้าลู่วิ่ง MEGAMAX ถึงมีราคาดีกว่าที่อื่น? สินค้ามีคุณภาพหรือไม่?

ลู่วิ่ง จาก MEGAMAX นำเข้าแบบ OEM จากโรงงานผู้ผลิตให้กับแบรนด์ ยุโรป อเมริกา โดยตรง เราจึงได้สินค้าคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ ด้วยราคาที่คุ้มค่า เพราะเราไม่ได้จำหน่ายสินค้าผ่าน ตัวแทนจำหน่าย หรือ คนกลาง หรือ ในห้างสรรพสินค้า เราจึงลดต้นทุนได้มากถึง 30-50%  ดังนั้นหากเราบวกค่าการตลาดเหล่านี้ ราคาสินค้าเราจะสูง ถึง 16000-25000 

นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพด้วยราคาที่่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่ามาก

 

ลู่วิ่ง รุ่น W450
ลู่วิ่ง รุ่น 510




Powered by MakeWebEasy.com